ยินดีต้อนรับท่านเข้าสู้เว็บไซต์ ไปทำบุญดอทคอม เว็บไซต์ที่เหมาะกับคนทุกวัย ชวนกันไปทำบุญ... ติดตามเฟสบุ๊คของเรา
ศูนย์รวมข้อมูลงานบุญมากที่สุดในประเทศไทย
วันอังคาร 18 ธันวาคม 2561 เวลา :: น.
มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม
หน้าหลัก » สุรินทร์ » วัดบูรพาราม

ชื่อวัด: วัดบูรพาราม

การเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว

วัดบูรพาราม ตั้งอยู่ที่ ถ.จิตรบำรุง ต.ในเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ โดยเส้นทางเข้าสู่วัดบูรพารามวัดบูรพารามตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จึงมีเส้นทางเข้าออกได้หลายเส้นทาง ได้แก่ ถนนกรุงศรีใน ถนนธนสาร และถนนจิตรบำรุง วัดบูรพารามตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์

วัดบูรพาราม ตั้งอยู่ที่ ถ.จิตรบำรุง ต.ในเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ เป็นวัดที่เก่าแก่สร้างขึ้นสมัยกรุงธนบุรี มีอายุประมาณ 200 ปี เท่า ๆ กับอายุของ จ.สุรินทร์ โดย “พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์ จางวาง” หรือ (ปุม) เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก ร่วมมือกันสร้างกับชาวบ้าน เมื่อประมาณ พ.ศ. 2300-2330 ซึ่งตั้งชื่อในตอนนั้นว่า “วัดบูรพ์”

แรกเริ่มเดิมที วัดนี้เป็นวัดมหานิกาย แต่ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2476 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสโสอ้วน) ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะมณฑล ได้อนุมัติให้วัดบูรพ์เป็นวัดในสังกัดคณะธรรมยุตและได้นิมนต์ พระราชวุฒาจารย์ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล ซึ่งปฏิบัติธุดงค์กรรมฐานอยู่ ให้มาประจำอยู่ที่วัดบูรพาราม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และร่วมเป็นคณะพระสังฆาธิการ

วัดบูรพาราม ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 และเป็นวัดสำคัญของจังหวัดสุรินทร์ เนื่องมากจากเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของสุรินทร์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาพร้อมกับวัดบูรพาราม ประดิษฐานอยู่ในมณฑปจัตุรมุข นับเป็นปูชนียวัตถุที่ชาวสุรินทร์เคารพบูชาอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังเป็นวัดที่พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดุลย์ อตุโล) พระเถระสายพระกัมมัฏฐานด้านการภาวนาจิต ที่มีชื่อเสียงในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรม สายพระกัมมัฏฐาน ท่านได้เคยจำพรรษาอยู่ ณ วัดบูรพาราม ตั้งแต่ พ.ศ. 2477 จนกระทั่งมรณภาพ พ.ศ. 2526 ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ดุลย์ ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่ดุลย์ อตุโล พร้อมทั้งภาพประวัติพระเถระด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน อันประกอบด้วยพระอาจารย์เสาร์ พระอาจารย์มั่นและลูกศิษย์

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด

  • พระอุโบสถหลังใหญ่ กว้าง 15 เมตร ยาว 32 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2479 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2493 ปัจจุบันปรับปรุงโครงสร้างใหม่และมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติที่งดงาม
  • วิหารจตุรมุข ประดิษฐานพระคู่เมือง (หลวงพ่อพระชีว์) แบบทรงไทย สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2506 ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2538 โดยปรับปรุงให้มีความวิจิตรมากขึ้น มีบันไดทางขึ้นวิหาร 2 ทาง มีรูปปั้นหุ่นพญานาคลักษณะศิลปไทยเลื้อยลงตามระเบียงบันไดทั้งสองข้าง
  • พระปฏิมากร หลวงพ่อพระชีว์ เป็นพระพุทธรูปโบราณ ชาวเมืองนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่เมืองสุรินทร์ ประดิษฐานในวิหารจตุรมุข หน้าตักกว้าง 2 เมตร 9 เซนติเมตร สูง 3 เมตร 49 เซนติเมตร โดยประมาณ ลักษณะปางสะดุ้งมาร มีพุทธลักษณ์ละม้ายไปทางศิลปะแบบขอมในยุคขอมเรืองอำนาจ สร้างเมื่อ พ.ศ. ไหนไม่แน่นอน
  • พระปฏิมากร พระพุทธชินราชจำลอง พระประธานประจำวัด หน้าตักกว้าง 1 เมตร 49 เซนติเมตร สูง 2 เมตร 19 เซนติเมตร โดยประมาน ลักษณะปางสะดุ้งมาร ประดิษฐานในพระอุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2489
  • พระปฏิมากร หลวงพ่อพระชีว์จำลอง องค์เล็ก หน้าตักกว้าง 89 เซนติเมตร สูง 1 เมตร 49 เซนติเมตร ประดิษฐานในวิหารหลวงพ่อพระชีว์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2541
  • ศาลาอตุลเถระ ลักษณะทรงไทยคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น สำหรับใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลทั่วไป และใช้เป็นสถานที่อบรม ปฏิบัติธรรม สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2512
  • พิพิธภัณฑสถาน อตุลเถระ ลักษณะทรงไทยประยุกต์ สำหรับเก็บอัฐิธาตุ และบริขาร พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล) และประดิษฐานรูปเหมือน หลวงปู่ดูลย์ อตุโล สร้างเมื่อ พ.ศ. 2527 ภายในพิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน-อัฐิธาตุ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล (พระราชวุฒาจารย์) มีภาพเขียนพระบูรพาจารย์หลายท่านซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้ภาพฉากหลังเป็นภูเขาและป่าไม้ ซึ่งเป็นภาพคล้ายกับการเจริญวิปัสนาภายในป่าเขาอันวิเวกตามแบบของพระสายกรรมฐาน ผนังส่วนล่างเป็นลายช้างสามเศียรเหมือนกันทั้งหมด สีพื้นของผนังเป็นสีโทนอ่อนเมื่อเข้าไปภายในรู้สึกสงบสบาย โล่งกว้าง
  • รูปปั้นเหมือนพระราชวุฒาจารย์ เป็นหุ่นขี้ผึ้ง ขนาดหน้าตักกว้าง 82 เซนติเมตร สูง 2 เมตร 3 เซนติเมตร โดยประมาณ ประดิษฐานภายในพิพิธภัณฑสถาน อตุลเถระ
  • พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร มี 2 องค์ ประดิษฐานอยู่เบื้องซ้ายและขวาของหลวงพ่อพระชีว์ พระพุทธลักษณะพระพักตร์รูปไข่งดงามมาก เป็นภาพสุดท้ายของการพาชมวัดบูรพารามของเราในวันนี้ แล้วอย่าลืมแวะมาไหว้พระทำบุญร่วมสร้างมหาเจดีย์บูรพาจารย์กันด้วยนะครับ