ยินดีต้อนรับท่านเข้าสู้เว็บไซต์ ไปทำบุญดอทคอม เว็บไซต์ที่เหมาะกับคนทุกวัย ชวนกันไปทำบุญ... ติดตามเฟสบุ๊คของเรา
ศูนย์รวมข้อมูลงานบุญมากที่สุดในประเทศไทย
วันพฤหัส 23 พฤษภาคม 2562 เวลา :: น.
มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม
หน้าหลัก » ร้อยเอ็ด » วัดบูรพาภิราม

ชื่อวัด: วัดบูรพาภิราม

การเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว

จากตัวเมืองมหาสารคาม มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองร้อยเอ็ด ใช้ทางหลวงหมายเลข 23 (ถนนแจ้งสนิท) จากนั้นขับตรงไปเรื่อยๆ ถึงร้อยเอ็ดวิทยาลัย เลี้ยวซ้ายที่แยกไฟแดง (ถนนเพลินจิต) ตรงไปจนถึงถนนผดุงพานิชระหว่างนี้จะมองเห็นพระพุทธรูปยืนขนาดสูงใหญ่เด่นตระหง่านอยู่แต่ไกล ที่สี่แยกถนนผดุงพานิช จะตรงไปหรือเลี้ยวขวาก็ได้ จะมีทางเข้าวัดบูรพาภิรามได้ทั้ง 2 ทาง โดยจะมีป้ายบอกทางตลอด

วัดบูรพาภิราม ไปไหว้พระพุทธรูปที่สูงที่สุดในประเทศไทยกันค่ะ วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ที่ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ใครที่มาถึงตัวเมืองร้อยเอ็ดคงได้พบกับภาพที่น่าตื่นตาขององค์พระเจ้าใหญ่ หรือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี ประทับยืนเด่นเป็นสง่ามองเห็นได้จากระยะไกล องค์พระเจ้าใหญ่นั้นประดิษฐานอยู่ที่วัดบูรพาภิรามในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด อันเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวร้อยเอ็ด ซึ่งแสดงถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอันแรงกล้าของชาวเมืองที่ได้สร้างพระพุทธรูปปางประทานพรที่กล่าวกันว่าสูงที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้องค์พระเจ้าใหญ่ยังเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด และปรากฏอยู่ในคำขวัญของเมืองร้อยเอ็ดว่า “สิบเอ็ดประตูงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกตุ บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดีย์ไชยมงคล งามน่ายลบึงพระลานชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ”

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด

พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือพระเจ้าใหญ่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2516 องค์พระนั้นสร้างขึ้นด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ความสูงขององค์พระ วัดจากพระบาทถึงยอดเกศสูงถึง 59 เมตร 20 เซนติเมตร และมีความสูงทั้งหมด 67 เมตร 85 เซนติเมตร ประดิษฐานอยู่บนฐานมีกำแพงแก้วล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ที่ฐานพระพุทธรูปองค์นี้มีห้องที่ใช้ในศาสนกิจและห้องพิพิธภัณฑ์จำนวนหลายห้อง
คำบูชาพระเจ้าใหญ่
ตั้งนะโม ๓ จบ อุกาสะ วันทามิ ภันเต พุทธรัตนมหามงคลมุนิง สัพพัฏฐาเน สุปปะฏิฐิตัง สารีริกธาตุง มหาโพธิง พุทธรูปัง สะกาลัง อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ สัพพะโส อะหังวันทามิ ธาตุโย มหันตา มุคคมัตตาจะ สสิปะระมัตตา ภินนะมุตตาจะ มัชฌิมภินนะ ตันฑุลาจะ ขุททกา สะสาปมัตตาจะ เอวังธาตุโย เอวังสัพพะถะ สิระสา นะมามิสิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิลาโภ ชโยนิจจัง ภะวันตุเตฯ

อุโบสถวัดบูรพาภิราม อุโบสถวัดบูรพาภิราม เป็นอุโบสถที่สร้างได้สวยงามกำแพงแก้วมีซุ้มประตูโดยรอบ แต่ละซุ้มมียอดที่สวยงาม หน้าบันของอุโบสถประดับด้วยครุฑขนาดใหญ่ เหนือขึ้นไปเป็นพระปรมาภิไธยย่อ ภปร.

ประวัติความเป็นมาของวัดบูรพาภิราม

วัดบูรพาภิรามสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2456 เดิมชื่อ วัดหัวรอ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น วัดบูรพาภิราม เพราะในสมัยนั้นได้ใช้เป็นสถานที่สำหรับพักค้างแรมของพ่อค้าและประชานที่อาศัยการเดินเท้าเป็นหลัก เพราะยังไม่มีพาหนะการเดินทางสะดวกเหมือนปัจจุบัน วัดหัวรอจึงเป็นจุดเริ่มของการพักแรมในคืนแรกของการเดินทางและมักเป็นจุดนัดพบกันที่วัดแห่งนี้ ต่อมาพระอธิการหล้า อินทว์โส ได้ขยายวัดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และได้เรียกชื่อวัดใหม่ว่า “วัดบูรพา” เพราะว่าตั้งอยู่ในทิศตะวันออกของเมือง แต่ในเวลาต่อมาได้เป ลี่ยนชื่อวัดใหม่เพื่อความเหมาะสมว่า “วัดบูรพาภิราม” ด้านทิศตะวันออกของบริเวณวัดอยู่ติดกับคูรอบเมืองสมัยเก่า นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังเป็นที่ตั้งศูนย์งานพระธรรมทูต โรงเรียนปริยัติธรรม และมีศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวเมืองอยู่ด้วย ความเชื่อและวิธีการบูชา ชาวร้อยเอ็ดถือว่าพระเจ้าใหญ่นั้นเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่คอยปกป้อง คุ้มครองชาวร้อยเอ็ด ให้มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขด้วยความสูงขององค์พระทำให้เกิดความเชื่อว่า หากได้มากราบไหว้ จะได้อานิ สงส์สูงเทียมเมฆเทียมฟ้า ทำการสิ่งใดก็สำเร็จผลด้วยประการทั้งปวง