ยินดีต้อนรับท่านเข้าสู้เว็บไซต์ ไปทำบุญดอทคอม เว็บไซต์ที่เหมาะกับคนทุกวัย ชวนกันไปทำบุญ... ติดตามเฟสบุ๊คของเรา
ศูนย์รวมข้อมูลงานบุญมากที่สุดในประเทศไทย
วันเสาร์ 21 กันยายน 2562 เวลา :: น.
มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม
หน้าหลัก » ร้อยเอ็ด » วัดกลางมิ่งเมือง

ชื่อวัด: วัดกลางมิ่งเมือง

การเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว

จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านสระบุรี นครราชสีมา แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านมหาสารคาม จนถึงจังหวัดร้อยเอ็ด วัดกลางมิ่งเมือง ตั้งอยู่บนถนนเจริญพาณิชย์ ในตัวเมืองร้อยเอ็ด อยู่บนเนินในเมือง

วัดกลางมิ่งเมือง ไปเที่ยววัดโบราณ ดูฮูปแต้มในสิมเก่าแก่กันค่ะ วัดกลางมิ่งเมือง ตั้งอยู่บนถนนเจริญพาณิชย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่บนเนินในเมือง เดิมชื่อ วัดกลาง เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างก่อนตั้งเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ ส่วนอุโบสถสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย ในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือ น้ำพิพัฒน์สัตยา ปัจจุบันเป็นสถานที่ศึกษาปริยัติธรรม และสถานที่สอบธรรมสถาน ชื่อโรงเรียนสุนทรธรรมปริยัติ บริเวณผนังรอบพระอุโบสถมีภาพวาดจิตรกรรม เกี่ยวกับพุทธประวัติ สวยงามและมีค่าทางศิลปะ ฮังผึ้ง ที่สิมวัดกลางมิ่งเมืองนี้นับเป็นส่วนเด่นเเละมีคุณค่ายิ่งของสิมหลังนี้ ประกอบไปด้วยฮังผึ้ง สามแผง อยู่ระหว่างสามช่วงเสา แกะสลักลายก้านขด เถาดอกไม้ มีดอก ใบ บนก้านที่ขดไปมา เกี่ยวกันอย่างงดงาม

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด

ฮูปแต้ม (จิตรกรรมฝาผนังอีสาน) ปรากฏอยู่หนือประตูทางเข้าและผนังภายนอกรอบสิม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ และทศชาดก สรุปแล้วรูปเเบบของสิมหลังนี้นับเป็นตัวอย่างของ สิมทึบพื้นบ้านบิสุทธิ์ ที่ดีที่สุดหลังหนึ่งของอีสาน ส่วนสภาพของวัสดุก่อสร้างนั้น ฐานก่ออิฐพื้นเมืองซึ่งเผาไม่แกร่งนั้นได้หลุดร่วงลงมาบริเวณมุมเสาของมุขหน้าเนื่องด้วยเสาถูกปลวกกัดกินจนขาด อิฐที่ก่ออ้อมเสาเอาไว้จึงกระเทาะร่วงตามลงมาด้วย กอปรกับปูนฉาบแบบโบราณหมดสภาพการยึดเหนี่ยว แต่ทางวัดได้ใช้ซีเมนต์ซ่อมจนกลับสู่สภาพเดิมแล้ว ส่วนโครงสร้างหลังคานั้นยังมีความเเข็งเเรงดีทางคณะกรรมการวัดมีความคิดเห็นว่าจะรื้อถอน แต่ท่านเจ้าอาวาสในสมัยนั้นคือพระสมุห์พิบูลย์ สุจิตโตได้คัดค้านเอาไวั ด้วยท่านเข้าใจในการอนุรักษ์โบราณสถาน ทางกรรมาธิการสถาปนิกอีสานของสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้มอบโล่เกียรติยศนักอนุรักษ์ดีเด่นไว้เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2534